สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วีแกนแอทเลติก ( 3 )

วีแกนแอทเลติก ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1932 หลังการยุบทีมของสโมสรท้องถิ่น วีแกนโบโรเพียงหนึ่งปี ซึ่งทางวีแกนแอทเลติก ได้ทำการซื้อสนามสปริงฟีลด์ปาร์ค จากวีแกนโบโรอีกด้วย จากนั้นพวกเขาก็ได้รับเลือกให้เข้าสู่เชสเชียร์เคาน์ตีลีก

ในช่วงเริ่มต้นของสโมสรนั้น ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือ การที่สโมสรนั้นชนะคาร์ไลลส์ยูไนเต็ด ไป 6-1 ในเอฟเอ คัพรอบแรก ฤดูกาล 1934-35 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในฟุตบอลถ้วย ที่ทีมจากนอกลีก ชนะทีมจากในลีก ซึ่งเป็นสถิติจนถึงทุกวันนี้ ต่อมาในปีค.ศ. 1945 วีแกนได้ถูกเลือกเข้าไปในอีกลีกคือ เดอะแลงคาเชียร์คอมบิเนชั่น ซึ่งในปีค.ศ. 1950 สโมสรก็พลาดการเข้าสู่ฟุตบอลลีกเพราะสโมสรได้แพ้ให้กับสคันธอร์ปยูไนเต็ด ในการโหวต

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วีแกนแอทเลติก ( 2 )

รเอาชนะสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี ซึ่งเป็นสโมสรที่ใหญ่กว่าไปได้ 1–0 แต่ทว่าในฤดูกาลเดียวกันนั้นเองสโมสรกลับต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก โดยถือเป็นสโมสรแรกและสโมสรเดียวจนถึงปัจจุบันนี้ที่ได้แชมป์เอฟเอคัพ แต่กลับต้องตกชั้นลงไปเล่นในลีกที่ต่ำกว่า

ในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยของยุโรป สโมสรเคยเข้าร่วมการแข่งขันยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2013–14

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คอเวนทรีซิตี ( 3 )

คอเวนทรีผ่านการคัดเลือกไปเล่นการแข่งขันระดับทวีปสองครั้ง ครั้งแรกในฤดูกาล 1970–71 พวกเขาลงแข่งขันในยูโรเปียน อินเตอร์-ซิตีส์แฟส์คัป (ปัจจุบันคือยูฟ่ายูโรปาลีก) ผ่านเข้าไปถึงรอบที่ 2 พวกเขาเปิดบ้านเอาชนะบาเยิร์นมิวนิก 2–1 ในเลกที่สอง แต่ก็ต้องตกรอบ เพราะในเลกแรก พวกเขาแพ้ถึง 1–6 ที่เยอรมนี ต่อมาในยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ ฤดูกาล 1987–88 สโมสรไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ เนื่องจากสโมสรฟุตบอลอังกฤษติดโทษห้ามลงเล่นในเกมยุโรป อันเนื่องมาจากภัยพิบัติเฮย์เซล

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คอเวนทรีซิตี ( 2 )

สโมสรมีฉายาว่า “สีฟ้า” ตามสีชุดแข่งขัน คอเวนทรีเป็นหนึ่งในสโมสรที่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกในปี ค.ศ. 1992 พวกเขาเคยอยู่บนลีกสูงสุดของอังกฤษ 34 ฤดูกาลติดต่อกัน ก่อนที่จะตกชั้นในปี ค.ศ. 2001 และเมื่อผ่านไปอีก 11 ฤดูกาลในแชมเปียนชิป คอเวนทรีก็ตกชั้นสู่ลีกวันในปี ค.ศ. 2012 นับเป็นการตกชั้นมาอยู่ในลีกระดับที่สามเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1964 และในปี ค.ศ. 2017 พวกเขาตกชั้นสู่ลีกทู ซึ่งเป็นลีกระดับที่สี่ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ ค.ศ. 1959.

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ( 12 )

ยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (1986-2013)

อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เข้ามาคุมทีมต่อ โดยในฤดูกาลแรกสโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 แต่ในปีต่อมาก็ได้อันดับสองโดยไบรอัน แมคแคลร์ทำประตูได้ถึง 21 ประตู เป็นคนแรกของทีมหลังจากที่จอร์จ เบสต์เคยทำได้มาก่อนหน้านี้

ในปี 1989 เฟอร์กูสันเกิดความยากลำบากในการคุมทีมขึ้น เนื่องจากตัวผู้เล่นหลายตัวที่เขานำเข้ามาในทีมไม่เป็นที่พอใจของแฟนบอล มีข่าวออกมาว่าสโมสรจะปลดเฟอร์กี้ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมในช่วงต้นปี 1990 แต่การชนะนอตติ้งแฮม ฟอเรสต์ในรอบสาม ของเอฟเอ คัพ ก็ทำให้เขาสามารถคุมทีมต่อไปได้ จนคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้ในปีนั้น เป็นแชมป์แรกให้กับเขาในการคุมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ( 11 )

ปี 1985 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทำผลงานได้ดีในช่วงเปิดฤดูกาลโดยการชนะ 10 นัดรวด ทำให้มีคะแนนนำทีมอื่นถึง 10 คะแนนตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นทีมทำผลงานได้ไม่ดีและจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ของลีก ผลงานในปีต่อมาก็ไม่ได้ดีขึ้น ทีมต้องหนีการตกชั้น ทำให้รอน แอคคินสันถูกไล่ออกไป

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เลสเตอร์ซิตี ( 1 )

สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี (อังกฤษ: Leicester City Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ มีสนามเหย้า คือ คิงเพาเวอร์สเตเดียมในเมืองเลสเตอร์  ปัจจุบันเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีกโดยเลื่อนชั้นในฐานะทีมที่ชนะเลิศจากฟุตบอลลีกแชมเปียนชิปในฤดูกาล 2013–14 ซึ่งเป็นการกลับมาเล่นในลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบทศวรรษ ในฤดูกาล 2015–16 เลสเตอร์ซิตีสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฮัดเดอส์ฟีลด์ทาวน์ ( 2 )

โดยชุดแข่งขันจะเป็นลายทางตั้งของสีนี้ มีมาสคอตหรือนำโชค ชื่อ Terry(เมีย) และ Tilly (ผู้) เป็นมาสคอตสุนัข

หลังจบฤดูกาล 2016–17 ที่สโมสรได้อันดับที่ 5 แต่ได้เลื่อนชั้นไปเล่นในระดับพรีเมียร์ลีก หรือลีกสูงสุดของประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 45 ปี หลังจากเอาเพลย์ออฟชนะเรดิงไปได้ 4–3 จากการดวลจุดโทษ ที่สนามเวมบลีย์ เพื่อหาสโมสรที่เป็นสโมสรที่ 3 ที่จะได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในระดับพรีเมียร์ลีก ในการแข่งครั้งที่ 2สโมสรแห่งนี้เคยมีนักเตะชาวไทยไปค้าแข้งในช่วงปี 1999-2000 คือ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ( 4 )

ซึ่งทำให้แฟนฟุตบอลไม่สามารถชมการแข่งขันได้อย่างสงบสุข เนื่องด้วยกลัวจะถูกลูกหลง ประกอบกับสภาพสนามที่ย่ำแย่ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก หรือการป้องกันเหตุฉุกเฉินอย่างดีพอ ทำให้ชาวอังกฤษหลายคนตัดสินใจรับชมการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ที่บ้าน แทนที่จะเดินทางมาเชียร์ในสนามดังเช่นอดีต ช่วงทศวรรษ 1980 รายได้ของสโมสรจากค่าผ่านประตูซึ่งเป็นรายได้หลักได้ลดลงอย่างมาก มีเพียงสโมสรชั้นนำไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ยังคงมีกำไร ในฤดูกาล 1986-87 ทุกสโมสรฟุตบอลมีกำไรสุทธิรวมเพียง 2.5 ล้านปอนด์ พอถึงฤดูกาล 1989-90 รวมทุกสโมสรขาดทุน 11 ล้านปอนด์ ทำให้นายทุนไม่กล้าจะเข้ามาลงทุนในธุรกิจกีฬาอาชีพนี้อย่างเต็มที่ หลายสโมสรในช่วงนั้นมีข่าวว่าใกล้จะล้มละลาย

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ( 3 )

ในช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่วงการฟุตบอลอาชีพของอังกฤษตกต่ำอย่างมาก เกิดเหตุการณ์หลายอย่างที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของฟุตบอลอังกฤษ เช่น เหตุการณ์เพลิงไหม้อัฒจันทร์วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 ที่สนามฟุตบอลของแบรดฟอร์ดซิตีในระหว่างการแข่งขัน มีผู้เสียชีวิต 56 คน เหตุการณ์ภัยพิบัติฮิลส์โบโรวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2532 ที่สนามฮิลส์โบโรของเชฟฟิลด์เวนส์เดย์ มีผู้คนเหยียบกันเสียชีวิต 96 คน นอกจากนี้ ภัยพิบัติเฮย์เซลซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศระหว่างลิเวอร์พูลและยูเวนตุสที่มีผู้เสียชีวิต 39 คน ทำให้ยูฟ่าสั่งห้ามไม่ให้สโมสรจากอังกฤษเข้าร่วมการแข่งขันชิงถ้วยสโมสรในยุโรปเป็นเวลา 5 ปี นอกจากนี้กลุ่มฮูลิแกนหรืออันธพาลลูกหนังที่ตามไปเชียร์ทีมที่ชื่นชอบก็ก่อพฤติกรรมเกะกะระรานหลังจบการแข่งขัน เข้าผับดื่มกินจนเมามาย บ้างก็วิวาทกับแฟนฟุตบอลเจ้าถิ่นเกิดเหตุการณ์วุ่นวายบางครั้งรุนแรงถึงขั้นจลาจลหรือไม่ก็มีคนเสียชีวิต โดยสาเหตุส่วนหนึ่งของภัยพิบัติเฮย์เซลก็มาจากคนกลุ่มนี้เช่นกัน